‘ดาว์พงษ์’ สั่งสอบนักเรียน ‘บูชาผีตายาย’ ในธงกีฬาสี

วันที่ 07 มิถุนายน 2559     เข้าชม 132     โดย ครูอินโฟ

กรณีผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช ร้องเรียนว่า ในช่วงโรงเรียนใกล้จะมีกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีหรือกีฬาพรรค เด็กนักเรียนจะทำกิจกรรมกันหนักมาก โดยเฉพาะกิจกรรมไหว้ขอพรจากผีตาผียายจากธงประจำสี หรือธงประจำพรรค เพื่อให้สีหรือพรรคของตัวเองได้รับชัยชนะ ซึ่งจะมีการทำพิธีในเวลากลางคืนที่โรงเรียน มีพิธีบูชา พิธีแห่ธง วิ่งไปรอบๆ โรงเรียน เปล่งเสียงพร้อมกัน เหมือนประกาศชัยชนะนั้น

 

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายอัครรัตน์ โชติรักษ์ ศิษย์เก่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การทำกิจกรรมกีฬาต้องมองที่วัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าทำเพื่ออะไร ผู้บริหารโรงเรียนต้องออกมาบอกวัตถุประสงค์ให้ชัดว่าการแข่งขันกีฬาเพื่อความสนุกสนาน มิใช่เอาเรื่องของไสยศาสตร์มาทำพิธีเพื่อให้ชนะการแข่งขัน การกีฬาเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย เพื่อแข่งขันด้วยกำลังและสมอง มีแพ้มีชนะอย่างขาวสะอาดและโปร่งใส มีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา นอกเหนือจากการแข่งขันมีความรักความสามัคคีในหมู่คณะ มิใช่มาปลูกฝังให้มีความเชื่อแบบนี้

 

“วันนี้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องต้องออกมารับผิดชอบกับกิจกรรมแบบนี้ ไม่สมควรให้มีเรื่องความเชื่อมาเกี่ยวข้อง แบบนี้อันตราย เพราะหากเด็กมีความเชื่อมากๆ อาจทำให้เด็กฝังใจเกิดเป็นความทรงจำที่ไม่ดีสำหรับเด็ก” นายอัครรัตน์กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากชาว จ.นครศรีธรรมราช อย่างมาก ต่างตั้งคำถามร่วมกันว่าโรงเรียนปล่อยให้นักเรียนทำอย่างนี้ โดยไม่มีการเข้าไปควบคุม ดูแล หรือแนะนำได้อย่างไร ขณะที่ทางโรงเรียนได้เรียกประชุมครู เพื่อปรึกษาหาทางแก้ปัญหากับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เมื่อประชุมเสร็จแล้ว ไม่ได้มีการชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในที่ประชุมครูคนหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ที่ประชุมมีมติให้ครูทุกคนไปทำความเข้าใจกับนักเรียนว่าอะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ เนื่องจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศเป็นโรงเรียนที่เด็กมีความโดดเด่นทางวิชาการ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เด็กจะต้องมีความเชื่อในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ใช่เชื่อในสิ่งที่งมงายไร้หลักการ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มของเด็กนักเรียนนั้น มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเองมากมาย ส่วนใหญ่จะออกมาในแนวทางที่ว่าสาเหตุที่ต้องทำพิธีบูชาผีตายายในธงประจำพรรคนั้น ไม่ได้ทำเพราะความงมงาย แต่ทำไปเพื่อความสบายใจเท่านั้น

 

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช แล้ว การจัดกิจกรรมกีฬาสีของโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ยังมีการเช่าบ้านเพื่อเตรียมงานเช่นกัน โดยนักเรียนชั้น ม.4 เป็นสต๊าฟเชียร์ ชั้น ม.5

 

จะเป็นแม่งานในการจัดกิจกรรม ชั้น ม.6 จะเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ทั้งนี้ เด็กนักเรียน ม.6 คนหนึ่ง ของโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจกับการจัดกิจกรรมกีฬาสีของโรงเรียน ผลที่ออกมาแต่ละปีก็ประสบความสำเร็จ

 

“เรื่องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกสีก็จะทำเหมือนกัน เพื่อให้ปกปักรักษาให้พวกเราอยู่เย็นเป็นสุข เนื่องจากเราต้องมาเช่าบ้าน เราจะต้องดูแลพวกเรากันเองไม่ให้มีสิ่งไม่ดีมาทำร้ายพวกเรา แต่ไม่เคยหวังพึ่งไสยศาสตร์ให้เราชนะ แต่เราต้องการความอบอุ่นทางใจมากกว่า ปีก่อนนี้เรารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์บางอย่าง เพื่อนของเราถูกรถชนเสียชีวิต เพื่อนของเราบางคนพบกับปัญหาที่พวกพี่ๆ จะต้องไปหาหมอไสยศาสตร์ ไปพึ่งหาดูว่าเราจะผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปได้หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เราบอกน้องๆ เสมอเมื่อเข้าห้องสต๊าฟเชียร์ เราจะต้องเคารพสถานที่ เทวดา เจ้าที่เจ้าทาง เพราะพวกเราไปเช่าบ้านอยู่ต่างถิ่น พวกเราเป็นเด็กและมีจิตใจที่อ่อนไหว เมื่อรวมกลุ่มแล้ว ไม่กลัวก็ต้องกลัว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ” นักเรียนชั้น ม.6 กล่าว

 

ด้านนางนวพร อักษรทอง อาจารย์ฝ่ายกิจกรรมโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ยอมรับว่าปีก่อนๆ นักเรียนแอบออกไปเช่าบ้านเพื่อทำกิจกรรมกีฬาสีจริง ถึงขั้นเกิดเรื่องราวมากมาย เด็กต้องวิ่งมาตามแม่หมออย่างตนไปแก้ปัญหาให้ จนในที่สุดเพื่อแก้ปัญหา ในปีนี้ต้องห้ามเด็กไปเช่าบ้านโดยเด็ดขาด ให้นักเรียนใช้พื้นที่ภายในโรงเรียน โดยมีการจัดแบ่งโซนกันเรียบร้อย แต่เด็กๆ ไม่ค่อยพอใจ ส่วนให้คะแนนคณะกรรมการระบุไว้ชัด หากออกนอกโรงเรียนจะตัดคะแนน หรือหากจ้างนักเต้นมืออาชีพจากกรุงเทพฯมาสอนเต้นให้กับเชียร์ลีดหรือทีมงานก็จะถูกตัดคะแนน

 

“ปีก่อนๆ ยอมรับผู้บริหารไม่ทราบ แต่เมื่อเกิดเรื่องราวขึ้นก็ต้องรับทราบโดยปริยาย ยกเลิกโดยเด็ดขาด ส่วนใครจะลักลอบออกไปทำข้างนอกอีก จะไม่รับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเราได้ทำความตกลงไว้เบื้องต้น อย่างน้อยภายในโรงเรียนยังมียาม มีบ้านพักครูในโรงเรียน มีครูผ่านไปผ่านมา เรื่องร้ายๆ จะลดน้อยลง ที่สำคัญเด็กจะมโนไปเองว่าหากอยู่ใกล้กันก็จะมีการแอบมาลอกเลียนแบบกันในการจัดการเรื่องกองเชียร์ พยายามอธิบายว่าสังคมเล็กๆ อย่างพวกเราจะต้องจัดการให้เรียบร้อย ก่อนออกไปสู่สังคมมหาวิทยาลัย” นางนวพรกล่าว

 

ขณะที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยจะมอบหมายให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปสอบถามรายละเอียดจากทางโรงเรียนเบญจมราชูทิศนครศรีธรรมราช ว่าเป็นกิจกรรมอะไร เกี่ยวข้องกับประเพณีท้องถิ่น และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งที่ผู้ปกครองบอกว่าไม่มีครูดูแลนั้นจริงหรือไม่ ขณะนี้ยังพูดอะไรไม่ได้มาก ต้องดูรายละเอียดและฟังคำชี้แจงของโรงเรียนก่อน

 

นายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คงต้องสอบถามไปยังโรงเรียน ว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นอย่างไร รวมถึงต้องดูสาเหตุด้วยว่า โรงเรียนรับรู้ว่าเด็กนัดหมายกันออกไปทำกิจกรรมกันเองโดยที่ครูไม่ทราบหรือไม่ เพราะบางครั้งเวลาโรงเรียนจัดกิจกรรมกีฬาสีเด็กจะนัดหมายไปทำกิจกรรมกันเองโดยที่โรงเรียนและครูไม่ทราบก็มี

 

ที่มา มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news/163524